" ศูนย์ช่วยเหลือผู้หญิง ที่ได้รับความรุนแรงในครอบครัว "

ที่ตั้ง/สถานที่ติดต่อ     
 

  งานสังคมสงเคราะห์ รพ.รามาธิบดี  อาคาร 1  ชั้น 2  โทร. 02-201-1103, 02-201-1167
  ศูนย์นารีรักษ์  E-mail : 

 

         สถิติการกระทำความรุนแรงในครอบครัวแต่ละปีที่ผ่านมา มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  และวิธีการกระทำก็เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม  นอกจากจะถูกทำร้ายทางร่างกาย จิตใจ และทางเพศแล้ว ยังก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิต ทรัพย์สินและเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย จนเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องรีบแก้ไข ป้องกัน และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ถูกกระทำ
       จากข้อมูลที่ปรากฏจากสื่อต่างๆ พบว่า " ผู้หญิง " ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวมากที่สุด และมี จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่กล้าเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ   อาจเป็นเพราะรู้สึกอาย  รู้สึกกลัว  หรือไม่ทราบถึงสิทธิ และข้อกฏหมาย หรือเกรงว่าครอบครัวจะได้รับความเสียหาย เดือดร้อน

        ด้วยความตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้  ศูนย์ " นารีรักษ์ " จึงจัดตึ้งขึ้นเพื่อ ให้คำแนะนำ  ปรึกษา  ช่วยเหลือ รวมถึง การป้องกัน แก้ไขแก่ผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง

วัตถุประสงค์
1. ศึกษาปัญหา และแนวทางแก้ไขความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดกับผู้หญิง
2. ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้หญิงได้รับความเสมอภาค และความเป็นธรรมในสังคม
3. กระตุ้นให้ผู้หญิงรับรู้ และกล้าเผชิญกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และสามารถปกป้องตนเองให้ได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม และปลอดภัย
4. ให้ความรู้ด้านสิทธิของผู้หญิง และกฏหมายที่เกี่ยวข้อง
5. ร่วมมือ และประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่มีวัตถุประสงค์การดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือผู้หญิง ที่ถูกกระทำความรุนแรง
กลุ่มเป้าหมาย
ผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ หรือผู้หญิงอายุ 17 ปี ที่บรรลุนิติภาวะ ด้วยการสมรสถูกต้องตามกฏหมาย และ ถูกกระทำความรุนแรง
การให้ความช่วยเหลือ
1. ให้การปรึกษา แนะนำ และสนับสนุนด้านกำลังใจ
2. ให้การรักษาพยาบาล
3. ฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย และจิตใจ
4. กระตุ้นให้เกิดความเข้มแข็ง และตระหนักถึงสิทธิ
5. จัดหาสวัสดิการสังคมต่างๆ ที่เหมาะสม
6. ให้ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัว
การรณรงค์ลดความรุนแรงในครอบครัว
  1. ปรับเปลี่ยนทัศนคติ และค่านิยมของความรุนแรงในครอบครัว จากเรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนรวม
2. ให้ชุมชนตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และมีส่วนร่วมในการดูแล แก้ไข ป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น
3. การบังคับใช้ และแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน
4. นำผลงานวิจัยด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาปรับเป็นนโยบายระดับชาติ
 

ร.พ.รามาฯเปิดศูนย์นารีรักษ์ ช่วยหญิง
[ บันทึกจาก Watta Classifieds Company Limited 18 December 2003 (www.watta.co.th) ]

       คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดตั้งศูนย์แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในรูปแบบ One Stop Service ภายใต้ชื่อ " ศูนย์นารีรักษ์ "  และเป็นศูนย์วิจัยองค์ความรู้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรมแห่งแรก   เป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงแบบครบวงจร  พร้อมส่งสามีผู้กระทำรุนแรงเข้าบำบัด ฟื้นฟูจิตใจแทนการดำเนินคดี และปรับแนวทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงอย่างเป็นรูปธรรม  เตรียมผลักดันให้รัฐสนับสนุนจัดตั้งเป็นครอบครัวเอื้ออาทรในปี 2547

 
    รศ.นพ.รณชัย คงสกนธ์ รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี ในฐานะหัวหน้าโครงการศูนย์แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เปิดเผยว่า คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี ได้จัดตั้งศูนย์แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในรูปแบบ One Stop Service ภายใต้ชื่อศูนย์นารีรักษ์ เป็นศูนย์วิจัยองค์ความรู้ปัญหาความ รุนแรงในครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรมแห่งแรก ซึ่งจะเป็นศูนย์ที่ให้การช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงในครอบครัว ให้ได้เข้ารับการรักษาร่างกาย บำบัดฟื้นฟูด้านจิตใจ การช่วยเหลือและพิทักษ์ในด้านกฎหมาย รวมถึงการบำบัดและควบคุมความประพฤติของผู้ชายซึ่งเป็นผู้กระทำรุนแรงให้ได้ผลเด็ดขาด โดยมีเป้าหมายเพื่อให้ผู้หญิงที่ได้รับความรุนแรงสามารถกลับไปใช้ชีวิตในครอบครัวได้ และลดปัญหาความรุนแรงในครอบครัวที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่ในสังคมไทย
     "ศูนย์แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวหรือศูนย์นารีรักษ์เกิดขึ้น จากความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กรมคุมประพฤติ  สสส. อัยการ  ตำรวจ  มูลนิธิผู้หญิง  กลุ่มสังคมสงเคราะห์ ในการจัดหามาตรการป้องกัน แก้ไข และควบคุมความรุนแรงในครอบครัวอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและครบวงจร โดยผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงสามารถเข้ารับการบริการได้ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี โดยทางโรงพยาบาลจะทำหน้าที่ในการดูแลรักษาบาดแผลทางร่างกาย ฟื้นฟูบำบัดด้านจิตใจของผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรง และทำหน้าที่ประสานงานกับตำรวจให้รับแจ้งความและต่อรองกับสามีให้ปรับพฤติกรรมและลดความก้าวร้าวรุนแรงเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี โดยต่อรองกับสามีและดำเนินการด้านกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม พร้อมเตรียมผลักดันให้รัฐสนับสนุนจัดตั้งเป็นครอบครัวเอื้ออาทรในปี 2547"

     จากสถิติขององค์การนิรโทษกรรมพบว่าขณะนี้มีผู้หญิงทั่วโลกถูกทารุณกรรมสูงถึงปีละ 120 ล้านคน ในขณะที่ขององค์การอนามัยโลกปรากฏชัดเจนว่ามีผู้หญิงถูกสามีกระทำรุนแรงถึงร้อยละ 70 และจากการรวบรวมข้อมูลของมูลนิธิเพื่อนหญิงพบว่า ในช่วงปี 2543-2544 มีการใช้ความรุนแรง ในชีวิตคู่รวม 228 กรณี โดยร้อยละ 72 เป็นการทำร้ายกันหรือทำร้ายตน เองจนถึงแก่ชีวิต นอกจากนี้กรมการปกครองพบว่าในปี 2540 ความรุนแรงในครอบครัวส่งผลให้เกิดการจดทะเบียนหย่า 62,379 ราย เพิ่มจากปี 2530 ที่มีจำนวน 31,068 ราย

     รศ.นพ.รณชัยยังกล่าวถึงผลการวิจัยพบว่ากลุ่มของผู้มีการศึกษากับกลุ่มที่ไม่มีการศึกษาจะมีการใช้ความรุนแรงในอัตราส่วนที่ไม่แตกต่างกัน แต่จะต่างกันในรูปแบบของการกระทำ โดยผู้มีการศึกษาสูงจะใช้วิธีความรุนแรงที่สลับซับซ้อนมากกว่า เช่น ใช้คำพูด ใช้การกระทำให้อีกฝ่ายตึงเครียดหรือคับแค้นใจ ดังนั้น ความหมายของความรุนแรงจึงแบ่งได้ 3 กลุ่มคือ ความรุนแรงโดยการกระทำ จะเป็นการทำร้ายร่างกาย ซึ่งมักพบในกลุ่มที่มีการศึกษาน้อย กลุ่มที่สองคือการทำความรุนแรงด้านจิตใจ เป็นการด่าว่าหรือบังคับอีกฝ่ายเหมือนทาส ซึ่งเป็นการสร้างความกดดันเท่ากับการทำร้ายร่างกาย ส่วนกลุ่มที่สามคือการกระทำของสามีที่สะท้อนถึงความรุนแรง เช่น เที่ยวกลางคืนและนำโรคมาติดภรรยา การมีภรรยาน้อย เป็นต้น

     " สาเหตุสำคัญของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีหลายสาเหตุ จากการดูแลรักษาพบว่าที่มีการใช้ความรุนแรงอย่างมากมักมาจากสาเหตุการใช้สุรา สารเสพติด ทำให้ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจจนก่อให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง การมีสารเคมีที่ผิดปกติในสมองทำให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงโดยไม่รู้ตัว และสาเหตุจากนิสัยหรือสันดานส่วนตัวจากการเลี้ยงดูที่ผิดในวัยเด็กนำไปสู่การมีพฤติการใช้ความรุนแรงในครอบครัวต่อมา ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวนอกจากจะส่งผลทางร่างกายและจิตใจต่อผู้ถูกกระทำรุนแรงแล้ว ยังส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมตามมาอีกด้วย เพราะผู้หญิงที่ถูกทำร้ายโดยส่วนใหญ่ต้องเจ็บป่วย และเสียค่ารักษาพยาบาลสูงตามมา "

      การจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาความรุนแรงจะกระทำควบคู่ไปกับการวิจัยปัญหาความรุนแรงในครอบครัว เพื่อนำผลการวิจัยที่ได้มาดำเนินการแก้ไขปัญหาความรุนแรงควบคู่กัน เพื่อเป็นโครงการต้นแบบหรือโครงการนำ ร่องในการจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาความรุนแรงให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงที่ยังต้องการการรักษาและบำบัดฟื้นฟูจิตใจอีกเป็นจำนวนมาก
 

ขออภัย  กำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง