|
|
|
![]() |
|
ที่ตั้ง/สถานที่ติดต่อ
|
|
|
![]() |
สถิติการกระทำความรุนแรงในครอบครัวแต่ละปีที่ผ่านมา
มีจำนวนเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และวิธีการกระทำก็เพิ่มความรุนแรงมากขึ้นกว่าเดิม
นอกจากจะถูกทำร้ายทางร่างกาย
จิตใจ และทางเพศแล้ว
ยังก่อให้เกิดการสูญเสียชีวิต
ทรัพย์สินและเกิดปัญหาตามมาอีกมากมาย
จนเป็นปัญหาระดับชาติที่ต้องรีบแก้ไข
ป้องกัน
และให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ถูกกระทำ จากข้อมูลที่ปรากฏจากสื่อต่างๆ พบว่า " ผู้หญิง " ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในครอบครัวมากที่สุด และมี จำนวนไม่น้อยที่ยังไม่กล้าเปิดเผยให้สาธารณชนทราบ อาจเป็นเพราะรู้สึกอาย รู้สึกกลัว หรือไม่ทราบถึงสิทธิ และข้อกฏหมาย หรือเกรงว่าครอบครัวจะได้รับความเสียหาย เดือดร้อน |
|||||
|
ด้วยความตระหนักถึงปัญหาเหล่านี้ ศูนย์ " นารีรักษ์ " จึงจัดตึ้งขึ้นเพื่อ ให้คำแนะนำ ปรึกษา ช่วยเหลือ รวมถึง การป้องกัน แก้ไขแก่ผู้หญิงที่ถูกกระทำความรุนแรง |
||||||
| วัตถุประสงค์ | ||||||
| 1.
ศึกษาปัญหา
และแนวทางแก้ไขความรุนแรงในครอบครัวที่เกิดกับผู้หญิง 2. ส่งเสริม สนับสนุนให้ผู้หญิงได้รับความเสมอภาค และความเป็นธรรมในสังคม 3. กระตุ้นให้ผู้หญิงรับรู้ และกล้าเผชิญกับปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และสามารถปกป้องตนเองให้ได้รับการปฏิบัติที่เหมาะสม และปลอดภัย 4. ให้ความรู้ด้านสิทธิของผู้หญิง และกฏหมายที่เกี่ยวข้อง 5. ร่วมมือ และประสานงานกับหน่วยงานของรัฐและเอกชนที่มีวัตถุประสงค์การดำเนินงานเพื่อช่วยเหลือผู้หญิง ที่ถูกกระทำความรุนแรง |
||||||
| กลุ่มเป้าหมาย | ||||||
| ผู้หญิงที่มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ หรือผู้หญิงอายุ 17 ปี ที่บรรลุนิติภาวะ ด้วยการสมรสถูกต้องตามกฏหมาย และ ถูกกระทำความรุนแรง | ||||||
| การให้ความช่วยเหลือ | ||||||
| 1.
ให้การปรึกษา แนะนำ
และสนับสนุนด้านกำลังใจ 2. ให้การรักษาพยาบาล 3. ฟื้นฟูสมรรถภาพทางร่างกาย และจิตใจ 4. กระตุ้นให้เกิดความเข้มแข็ง และตระหนักถึงสิทธิ 5. จัดหาสวัสดิการสังคมต่างๆ ที่เหมาะสม 6. ให้ความรู้ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงในครอบครัว |
||||||
| การรณรงค์ลดความรุนแรงในครอบครัว | ||||||
| 1.
ปรับเปลี่ยนทัศนคติ
และค่านิยมของความรุนแรงในครอบครัว
จากเรื่องส่วนตัวเป็นเรื่องส่วนรวม 2. ให้ชุมชนตระหนักถึงปัญหาความรุนแรงในครอบครัว และมีส่วนร่วมในการดูแล แก้ไข ป้องกันปัญหาที่เกิดขึ้น 3. การบังคับใช้ และแก้ไขกฎหมายให้สอดคล้องกับสภาวการณ์ในปัจจุบัน 4. นำผลงานวิจัยด้านต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาปรับเป็นนโยบายระดับชาติ |
||||||
คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี จัดตั้งศูนย์แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวในรูปแบบ One Stop Service ภายใต้ชื่อ " ศูนย์นารีรักษ์ " และเป็นศูนย์วิจัยองค์ความรู้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวอย่างเป็นรูปธรรมแห่งแรก เป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงแบบครบวงจร พร้อมส่งสามีผู้กระทำรุนแรงเข้าบำบัด ฟื้นฟูจิตใจแทนการดำเนินคดี และปรับแนวทางกฎหมายเพื่อแก้ไขปัญหาความรุนแรงอย่างเป็นรูปธรรม เตรียมผลักดันให้รัฐสนับสนุนจัดตั้งเป็นครอบครัวเอื้ออาทรในปี 2547 |
||||||
|
||||||
|
"ศูนย์แก้ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวหรือศูนย์นารีรักษ์เกิดขึ้น
จากความร่วมมือของคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี กรมคุมประพฤติ สสส.
อัยการ ตำรวจ มูลนิธิผู้หญิง กลุ่มสังคมสงเคราะห์ ในการจัดหามาตรการป้องกัน
แก้ไข และควบคุมความรุนแรงในครอบครัวอย่างเบ็ดเสร็จเด็ดขาดและครบวงจร
โดยผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรงสามารถเข้ารับการบริการได้ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี
โดยทางโรงพยาบาลจะทำหน้าที่ในการดูแลรักษาบาดแผลทางร่างกาย
ฟื้นฟูบำบัดด้านจิตใจของผู้หญิงที่ถูกกระทำรุนแรง
และทำหน้าที่ประสานงานกับตำรวจให้รับแจ้งความและต่อรองกับสามีให้ปรับพฤติกรรมและลดความก้าวร้าวรุนแรงเพื่อแลกกับการไม่ถูกดำเนินคดี
โดยต่อรองกับสามีและดำเนินการด้านกฎหมายอย่างเป็นรูปธรรม
พร้อมเตรียมผลักดันให้รัฐสนับสนุนจัดตั้งเป็นครอบครัวเอื้ออาทรในปี 2547" จากสถิติขององค์การนิรโทษกรรมพบว่าขณะนี้มีผู้หญิงทั่วโลกถูกทารุณกรรมสูงถึงปีละ 120 ล้านคน ในขณะที่ขององค์การอนามัยโลกปรากฏชัดเจนว่ามีผู้หญิงถูกสามีกระทำรุนแรงถึงร้อยละ 70 และจากการรวบรวมข้อมูลของมูลนิธิเพื่อนหญิงพบว่า ในช่วงปี 2543-2544 มีการใช้ความรุนแรง ในชีวิตคู่รวม 228 กรณี โดยร้อยละ 72 เป็นการทำร้ายกันหรือทำร้ายตน เองจนถึงแก่ชีวิต นอกจากนี้กรมการปกครองพบว่าในปี 2540 ความรุนแรงในครอบครัวส่งผลให้เกิดการจดทะเบียนหย่า 62,379 ราย เพิ่มจากปี 2530 ที่มีจำนวน 31,068 ราย รศ.นพ.รณชัยยังกล่าวถึงผลการวิจัยพบว่ากลุ่มของผู้มีการศึกษากับกลุ่มที่ไม่มีการศึกษาจะมีการใช้ความรุนแรงในอัตราส่วนที่ไม่แตกต่างกัน แต่จะต่างกันในรูปแบบของการกระทำ โดยผู้มีการศึกษาสูงจะใช้วิธีความรุนแรงที่สลับซับซ้อนมากกว่า เช่น ใช้คำพูด ใช้การกระทำให้อีกฝ่ายตึงเครียดหรือคับแค้นใจ ดังนั้น ความหมายของความรุนแรงจึงแบ่งได้ 3 กลุ่มคือ ความรุนแรงโดยการกระทำ จะเป็นการทำร้ายร่างกาย ซึ่งมักพบในกลุ่มที่มีการศึกษาน้อย กลุ่มที่สองคือการทำความรุนแรงด้านจิตใจ เป็นการด่าว่าหรือบังคับอีกฝ่ายเหมือนทาส ซึ่งเป็นการสร้างความกดดันเท่ากับการทำร้ายร่างกาย ส่วนกลุ่มที่สามคือการกระทำของสามีที่สะท้อนถึงความรุนแรง เช่น เที่ยวกลางคืนและนำโรคมาติดภรรยา การมีภรรยาน้อย เป็นต้น " สาเหตุสำคัญของปัญหาความรุนแรงในครอบครัวมีหลายสาเหตุ จากการดูแลรักษาพบว่าที่มีการใช้ความรุนแรงอย่างมากมักมาจากสาเหตุการใช้สุรา สารเสพติด ทำให้ไม่สามารถยับยั้งชั่งใจจนก่อให้เกิดพฤติกรรมก้าวร้าวรุนแรง การมีสารเคมีที่ผิดปกติในสมองทำให้เกิดพฤติกรรมรุนแรงโดยไม่รู้ตัว และสาเหตุจากนิสัยหรือสันดานส่วนตัวจากการเลี้ยงดูที่ผิดในวัยเด็กนำไปสู่การมีพฤติการใช้ความรุนแรงในครอบครัวต่อมา ปัญหาความรุนแรงในครอบครัวนอกจากจะส่งผลทางร่างกายและจิตใจต่อผู้ถูกกระทำรุนแรงแล้ว ยังส่งผลกระทบด้านเศรษฐกิจและสังคมตามมาอีกด้วย เพราะผู้หญิงที่ถูกทำร้ายโดยส่วนใหญ่ต้องเจ็บป่วย และเสียค่ารักษาพยาบาลสูงตามมา "
การจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาความรุนแรงจะกระทำควบคู่ไปกับการวิจัยปัญหาความรุนแรงในครอบครัว
เพื่อนำผลการวิจัยที่ได้มาดำเนินการแก้ไขปัญหาความรุนแรงควบคู่กัน
เพื่อเป็นโครงการต้นแบบหรือโครงการนำ
ร่องในการจัดตั้งศูนย์แก้ไขปัญหาความรุนแรงให้กับโรงพยาบาลทั่วประเทศ
เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้หญิงที่ประสบปัญหาความรุนแรงที่ยังต้องการการรักษาและบำบัดฟื้นฟูจิตใจอีกเป็นจำนวนมาก |
||||||
|
ขออภัย กำลังอยู่ในระหว่างการปรับปรุง |
||||||